วันพุธที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2555

งาน BOI FAIR 2011

  งาน BOI FAIR 2011 วันที่ 12 มกราคม 2555




           บีโอไอแฟร์ 2011 เป็นมหกรรมแสดงนิทรรศการครั้งที่ 3 จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนม          พรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงศักยภาพของอุตสาหกรรมไทย ตลอดจนเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการเพิ่มประสิทธิภาพ และการพัฒนาความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมในอนาคต


                       งาน “บีโอไอแฟร์ 2011” ภายใต้ รวมพลังน้ำใจ “โลกสดใส ไทยยั่งยืน” หรือ “Going Green for the Future” จะสอดคล้องกับการกำหนดทิศทางการพัฒนาของประเทศให้เจริญเติบโตทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้สังคมไทยก้าวไปสู่สังคมที่มีความสุขและมีการพัฒนาอย่างยั่งยืน บนพื้นฐานหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การออกแบบแลนด์มาร์คของงาน จะเชื่อมโยงให้เห็นถึงความเหนื่อยยากของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงปฏิบัติ พระราชกรณียกิจมากมาย เพื่อให้ประชาชนชาวไทยอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข สถาปัตยกรรมของแลนด์มาร์คซึ่งจะจัดวางอยู่บนทะเลสาบ จะเป็นสัญลักษณ์ที่สื่อถึงหยาดพระเสโทของพระองค์ขณะทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจทั่วทุกหนแห่งบน ผืนแผ่นดินไทย


 ศึกษาเทคโนโลยีเพื่อการออกแบบนิเทศศิลป์ งาน BOI FIAR 2011
                
            เทคโนโลยีที่ผมเข้าศึกษาในงาน  BOI FAIR 2011 เป็น พาวิลเลี่ยน  ของ sony ซื่งในงาน โซนี่ นำเอาเทคโนโลยี จอ LED 3 มิติ ขนาด ยาวกว่า 19 เมตร แล้วแสดงคอนเทนท์ บันเทิงประเภทต่างๆ เช่น ภาพยนตร์ ดนตรี กีฬา เกมส์ ในรูปแบบ 3 มิติ




                       การศึกษาเข้าดูงานครั้งนี้ทำให้นักศึกษาได้รับความรู้ในหลายๆด้าน และนำมาใช้กับการเรียนรู้ในมหาวิทยลัยควบคู่กับการทำงานจริงในอนาคต   ถ้าเรานำเอาเทคโนโลยีเชื่อมโยง เข้ากับงานวิชาชีพนักออกแบบนิเทศศิลป์ จะเห็นได้ว่า มีความสะดวกสบายเพิ่มมากขึ้นทีเดียว ทางมองในด้านบวกแล้ว งานของนักออกแบบจะใช้เวลาในการทำงานน้อยลง หรือเพิ่มความรวดเร็วในงานต่างๆนั่นเอง แต่ถ้ามองถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในอนาคต แน่นอนว่าผลกระทบย่อมมีไม่น้อยทีเดียว ยกตัวอย่างเช่น นักออกแบบการฟิกปัจจุบัน แค่จับเม้าท์และเรียนรู้โปรแกรมก็สามารถสร้างงานที่สวยโดดเด่นได้  แต่ทว่านักออกแบบปัจจุบันฝีมือในการดออิ้ง กลับมีประสิทธิภาพต่ำกว่านักออกแบบสมัยก่อนมาก พอเราได้มามองย้อนจริงๆ จะเห็นได้ว่าเทคโนโลยีมีทั้งประโยชน์และโทษไม่น้อยทีเดียว 
                     จากที่เราได้เปรียบเทียบในหลายๆมุม ของเทคโนโลยี จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ยิ่งเทคโนโลยี พัฒนาไปไกล พัฒนาเพื่อเพิ่มความสะสะดวกสบายให้แก่มนุษย์เราเท่าไหร่นั้น ประสิทธิภาพของนักออกแบบจะลดต่ำลงไปด้วย ดังนั้นไม่ว่าเราจะตามเทคโนโลยีในด้านใด เราควรศึกษาและคิดถึงผลดี ผลเสียที่จะตามมาด้วย 




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น